Popup คือกล่องข้อความที่ปรากฏขึ้นบนหน้าเว็บ ใช้บอกโปรโมชั่น รับสมัครสมาชิก หรือแจ้งข่าวสำคัญ หลายคนมองว่า Popup น่ารำคาญ แต่ถ้าตั้งค่าถูกต้อง ช่วยเพิ่มยอด Email subscriber และ Conversion ได้มาก บทความนี้จะสอนการติดตั้งและตั้งค่า Popup Plugin บน WordPress ทีละขั้นตอน สำหรับมือใหม่ที่ไม่มีความรู้เรื่องโค้ดเลย
Popup Plugin ที่นิยมใช้บน WordPress
ก่อนเริ่มติดตั้ง ควรรู้จัก Plugin ยอดนิยมที่ใช้งานง่ายและฟรีก่อน:
- Popup Maker — ฟรี ปรับแต่งได้เยอะ รองรับ Shortcode และ Trigger หลากหลาย
- Sumo (List Builder) — เน้นรับ Email subscriber โดยเฉพาะ ฟรีสำหรับเว็บขนาดเล็ก
- WP Popups — ใช้ง่าย มี Template สำเร็จรูปหลายแบบ
- Hustle — ของ WPMU DEV ฟรีแผน Basic ทำ Popup, Slide-in, Embed ได้
- OptinMonster — เสียเงิน แต่มี A/B Test และ Targeting ขั้นสูง เหมาะธุรกิจโต
สำหรับมือใหม่แนะนำ Popup Maker เพราะฟรี ตั้งค่าครบ และมีผู้ใช้กว่า 700,000 เว็บไซต์ทั่วโลก
ขั้นตอนที่ 1 — ติดตั้ง Popup Maker Plugin
- เข้า WordPress Admin → เมนู ปลั๊กอิน → เพิ่มปลั๊กอินใหม่
- ค้นหา
Popup Makerในช่องค้นหา - กด ติดตั้งทันที แล้วกด เปิดใช้งาน
- ระบบจะเพิ่มเมนู Popup Maker ใน WordPress Admin ด้านซ้าย
ขั้นตอนที่ 2 — สร้าง Popup ใหม่
- ไปที่ Popup Maker → เพิ่ม Popup ใหม่
- ตั้งชื่อ Popup เช่น
โปรโมชั่นพิเศษเดือนนี้ - ในส่วน Content Editor ใส่เนื้อหาที่ต้องการแสดงใน Popup เช่น:
- ข้อความโปรโมชั่น
- ฟอร์มรับ Email (ถ้าใช้ร่วมกับ Contact Form 7 หรือ Mailchimp)
- รูปภาพหรือปุ่ม CTA
- เลื่อนลงมาดูส่วน Popup Settings ด้านล่าง
ขั้นตอนที่ 3 — ตั้งค่า Trigger (เงื่อนไขการแสดง)
Trigger คือเงื่อนไขที่ทำให้ Popup ปรากฏขึ้น มีให้เลือกหลายแบบ:
- Time Delay — แสดงหลังผู้ใช้อยู่บนหน้านาน X วินาที (แนะนำ 5–10 วินาที)
- Scroll Trigger — แสดงเมื่อเลื่อนหน้าลงมาถึง % ที่กำหนด
- Click Open — แสดงเมื่อคลิกปุ่มหรือลิงก์ที่กำหนด
- Exit Intent — แสดงเมื่อเมาส์พุ่งไปที่แถบด้านบน (กำลังจะออก)
- Auto Open — เปิดทันทีที่โหลดหน้า
ขั้นตอนตั้งค่า Trigger:
- ในหน้า Edit Popup เลื่อนลงมาที่แท็บ Triggers
- กด Add New Trigger
- เลือกประเภท เช่น Time Delay / Auto Open
- ตั้ง Delay เป็น
5000(มิลลิวินาที = 5 วินาที) - กด Done แล้ว Save
ขั้นตอนที่ 4 — ตั้งค่า Display Conditions (หน้าที่จะแสดง Popup)
คุณสามารถเลือกได้ว่า Popup จะแสดงที่หน้าไหนบ้าง:
- ในหน้า Edit Popup ไปที่แท็บ Display Conditions
- กด Add Condition
- เลือกเงื่อนไข เช่น:
- All Pages — แสดงทุกหน้า
- Front Page — แสดงเฉพาะหน้าแรก
- Single Post — แสดงเฉพาะหน้าบทความ
- Specific Page — เลือกหน้าเฉพาะเจาะจง
- กด Done และ Publish Popup
ขั้นตอนที่ 5 — ออกแบบหน้าตา Popup ให้สวยงาม
Popup Maker มี Theme Editor ให้ปรับแต่งดีไซน์ได้:
- ไปที่ Popup Maker → Popup Themes
- แก้ไข Default Theme หรือสร้าง Theme ใหม่
- ปรับแต่งได้:
- Overlay — สีพื้นหลังด้านหลัง Popup (แนะนำ สีดำ opacity 70%)
- Container — สีพื้น Popup, ขนาด, ขอบมุม
- Title — ฟอนต์และขนาดหัวข้อ
- Close Button — ตำแหน่งและสไตล์ปุ่มปิด
- กด Save Theme
- กลับไปที่ Popup → เลือก Theme ที่เพิ่งสร้างในช่อง Popup Theme
ขั้นตอนที่ 6 — Popup รับ Email ร่วมกับ Contact Form 7
วิธียอดนิยมคือใส่ฟอร์มรับ Email ภายใน Popup:
- ติดตั้ง Contact Form 7 และสร้างฟอร์ม Email subscription
- Copy Shortcode ของฟอร์ม เช่น
[contact-form-7 id="123" title="Subscribe"] - กลับมาที่ Popup Editor วางรหัส Shortcode ในส่วน Content
- จะได้ Popup ที่มีฟอร์มกรอก Email สมบูรณ์
<!-- ตัวอย่างเนื้อหาใน Popup Content -->
<h3>รับข่าวสารก่อนใคร!</h3>
<p>กรอก Email รับโปรโมชั่นพิเศษและบทความใหม่ทุกสัปดาห์</p>
[contact-form-7 id="123" title="Subscribe Form"]
<p style="font-size:12px;color:#888;">ยกเลิกได้ตลอดเวลา ไม่มีสแปม</p>
ตรวจสอบว่า Popup ทำงานถูกต้อง
หลังสร้าง Popup แล้ว ควรทดสอบก่อน Publish จริง:
# วิธีตรวจสอบ Popup ทำงาน
1. เปิดเว็บในโหมด Incognito / Private Browsing
(เพราะ Popup ถูกซ่อนเมื่อเคยปิดไปแล้ว)
2. ไปที่หน้าที่ตั้งค่าให้แสดง Popup
3. รอตามเวลา Delay ที่ตั้งไว้ (เช่น 5 วินาที)
4. ตรวจสอบว่า Popup ปรากฏและปิดได้ปกติ
5. บน Mobile: ทดสอบด้วย Chrome DevTools
(F12 → Toggle Device Toolbar → เลือก Mobile)
แก้ปัญหาที่พบบ่อย
Error: "Popup ไม่แสดงขึ้นมาเลย"
สาเหตุที่พบบ่อย: เคยปิด Popup ไปแล้วและ Cookie ยังอยู่ หรือ Display Condition ตั้งผิด
- เปิดเว็บใน Incognito Mode
- ตรวจ Display Conditions ว่าครอบคลุมหน้าที่ทดสอบ
- ตรวจ Trigger ว่าตั้ง Delay ถูกต้อง
- ตรวจว่า Popup Status เป็น Published ไม่ใช่ Draft
Error: "Popup แสดงบนมือถือแล้วดูไม่สวย"
Popup ไม่ Responsive ทำให้บนมือถือดูผิดสัดส่วน
- ไปที่ Popup Theme → Container → ตั้ง Max Width เป็น
90% - เพิ่ม CSS Custom ใน Popup Theme:
max-width: 90vw !important; - หรือปิด Popup บนมือถือ: ไปที่ Popup Settings → Disable on Mobile
Error: "Popup ทำให้เว็บช้าลง"
Plugin โหลด Script ทุกหน้าทำให้ช้า
- ใช้ Plugin Asset CleanUp เพื่อ Disable Script ของ Popup Maker ในหน้าที่ไม่มี Popup
- ตั้ง Trigger เป็น Click แทน Auto Open จะลด Impact ได้มาก
- ลดขนาดรูปภาพใน Popup ให้เหลือไม่เกิน 100KB
Error: "Popup ขึ้นทุกครั้งที่ Refresh ไม่หยุด"
Cookie ไม่ถูก Set ทำให้ไม่จำว่าเคยปิดแล้ว
- ตรวจว่าเว็บมี Cookie Consent Banner ที่บล็อก Cookie ของ Popup
- ไปที่ Popup Settings → Cookie → ตั้ง Cookie Duration เป็น
30วัน - ตรวจสอบว่า JavaScript ทำงานปกติ (ไม่มี Error ใน Console)
Error: "Close Button ไม่ทำงาน"
CSS ของ Theme อื่นทับปุ่มปิด Popup
- ตรวจ Console (F12) ว่ามี JavaScript Error หรือไม่
- ลอง Deactivate Plugin อื่นทีละตัวเพื่อหาตัวที่ Conflict
- เพิ่ม CSS ใน Popup Theme:
.pum-close { z-index: 9999 !important; }
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: Popup ทำให้ Google ลงโทษเว็บหรือเปล่า?
A: Google ลงโทษ Popup ที่บัง Content หลักบนมือถือ (Intrusive Interstitials) โดยเฉพาะ Popup ที่ขึ้นทันทีที่เปิดหน้า วิธีแก้คือตั้ง Delay อย่างน้อย 5 วินาที หรือให้ขึ้นเฉพาะบน Desktop ปิดบนมือถือ และต้องมีปุ่มปิดที่กดได้ง่าย
Q: ใช้ Popup Maker ฟรีได้แค่ไหน?
A: เวอร์ชันฟรีทำ Popup พื้นฐานได้ครบ: สร้าง Popup ไม่จำกัด, Trigger หลายแบบ, Display Conditions ครบ แต่ฟีเจอร์พรีเมียมเช่น Analytics, A/B Testing, Exit Intent ต้องซื้อ Add-on เพิ่มเติม ราคาเริ่มต้น $87/ปี
Q: จะทำ Popup แบบ Slide-in จากมุมหน้าจอได้ไหม?
A: Popup Maker รองรับ Animation หลายแบบรวมถึง Slide-in โดยไปที่ Popup Theme → Container → Animation เลือก Slide Down, Slide Up, Slide Left, Slide Right ได้เลย ไม่ต้องลง Plugin เพิ่ม