เปรียบเทียบแผน Shared Hosting เลือกยังไงให้คุ้ม

รู้จัก Bandwidth, Storage, Addon Domain, PHP Version และ Support ก่อนตัดสินใจซื้อ

Hosting เปรียบเทียบแผน Shared Hosting เลือกยังไงให้คุ้ม

เวลาเลือก Shared Hosting หลายคนมักดูแค่ราคาถูกหรือแพง แต่ความจริงแล้วแผน Hosting แต่ละแผนมีความแตกต่างที่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพเว็บไซต์ของคุณ บทความนี้จะพาคุณไปดูว่าต้องเปรียบเทียบอะไรบ้างก่อนตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าจะเป็น Bandwidth, Storage, จำนวน Addon Domain, PHP Version ที่รองรับ ไปจนถึงคุณภาพของ Support

Shared Hosting คืออะไร และมีแผนแบบไหนบ้าง

Shared Hosting คือบริการ Web Hosting ที่มีผู้ใช้หลายคนใช้งาน Server เครื่องเดียวกันร่วมกัน ส่งผลให้ราคาถูกกว่า VPS หรือ Dedicated Server มาก เหมาะสำหรับเว็บไซต์ขนาดเล็กถึงกลางที่มีทราฟฟิกไม่สูงมาก

โดยทั่วไปผู้ให้บริการ Hosting จะแบ่งแผนออกเป็นหลายระดับ เช่น Starter, Basic, Pro หรือ Business ซึ่งแต่ละแผนจะมีข้อจำกัดและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน การเข้าใจความหมายของแต่ละรายการจะช่วยให้คุณเลือกได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น

5 สิ่งที่ต้องเปรียบเทียบเมื่อเลือกแผน Shared Hosting

1. Storage (พื้นที่จัดเก็บข้อมูล)

Storage คือพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์เว็บไซต์ รูปภาพ อีเมล และฐานข้อมูลทั้งหมด แผน Starter มักให้ 5–10 GB ส่วนแผน Pro อาจให้ถึง 50 GB หรือ Unlimited (แต่ต้องอ่านเงื่อนไข inode ด้วย)

Tip: ระวัง "Unlimited Storage" บางเจ้ามีการจำกัด inode (จำนวนไฟล์) ที่ 100,000–250,000 inode ซึ่งอาจเต็มก่อน Storage

2. Bandwidth (ปริมาณการรับส่งข้อมูล)

Bandwidth หรือ Data Transfer คือปริมาณข้อมูลที่รับ-ส่งระหว่าง Server กับผู้เยี่ยมชมต่อเดือน หากเว็บมีผู้เยี่ยมชมมากหรือมีไฟล์ขนาดใหญ่ก็ใช้ Bandwidth สูง แผนถูกมักให้ 10–50 GB/เดือน ส่วนแผน Pro มักให้ Unlimited

3. จำนวน Addon Domain

Addon Domain คือความสามารถในการโฮสต์หลายเว็บไซต์ในบัญชี Hosting เดียว แผน Starter มักจำกัด 1 โดเมน ส่วนแผนสูงขึ้นให้ 5, 10 หรือ Unlimited โดเมน เหมาะสำหรับผู้ที่มีหลายเว็บไซต์หรือรับทำเว็บให้ลูกค้า

4. PHP Version ที่รองรับ

PHP Version ส่งผลโดยตรงต่อความเร็ว ความปลอดภัย และความเข้ากันได้ของ CMS เช่น WordPress ควรเลือก Hosting ที่รองรับ PHP 8.1 หรือสูงกว่า และสามารถเปลี่ยน Version ได้เองผ่าน cPanel

5. คุณภาพ Support

Support ที่ดีควรมี Live Chat หรือ Ticket ตอบภายใน 1–4 ชั่วโมง มี Knowledge Base ภาษาไทย และทีมงานที่เข้าใจปัญหา Hosting จริงๆ ไม่ใช่แค่ตอบแบบ Copy-Paste

ตารางเปรียบเทียบแผน Shared Hosting (ตัวอย่าง)

คุณสมบัติ แผน Starter แผน Basic แผน Pro
Storage 5 GB 20 GB Unlimited
Bandwidth 10 GB/เดือน 50 GB/เดือน Unlimited
Addon Domain 1 5 Unlimited
อีเมล 5 บัญชี 20 บัญชี Unlimited
MySQL Database 3 10 Unlimited
PHP Version 7.4 / 8.0 8.0 / 8.1 8.1 / 8.2 / 8.3
SSL ฟรี ใช่ ใช่ ใช่
Backup รายสัปดาห์ รายวัน รายวัน + Manual

วิธีเลือกแผน Hosting ให้เหมาะกับประเภทเว็บไซต์

เว็บบล็อกหรือเว็บองค์กรขนาดเล็ก

หากเริ่มต้นสร้างเว็บไซต์และคาดว่าผู้เยี่ยมชมไม่เกิน 500–1,000 คน/วัน แผน Starter หรือ Basic ก็เพียงพอ ขอให้ได้ PHP 8.0 ขึ้นไปและ SSL ฟรีก็ใช้งาน WordPress ได้สบาย

เว็บ E-Commerce หรือร้านค้าออนไลน์

ต้องการ Storage มากขึ้นสำหรับรูปสินค้า ต้องการฐานข้อมูลที่เสถียร และควรมี Backup รายวัน เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย แนะนำแผน Pro ขึ้นไป

นักพัฒนาหรือเอเจนซี่ที่ดูแลหลายเว็บ

ต้องการ Unlimited Addon Domain เพื่อโฮสต์เว็บลูกค้าหลายรายในบัญชีเดียว เลือกแผนที่ให้ Addon Domain ไม่จำกัดและมี Resource เพียงพอรองรับหลายเว็บพร้อมกัน

ตรวจสอบคุณสมบัติ Hosting ผ่าน cPanel

หลังจากได้ Hosting แล้ว คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้งานจริงได้จาก cPanel เพื่อดูว่ายังใช้งานได้ปกติหรือใกล้เต็มขีดจำกัดแล้วหรือไม่

# ดู PHP Version ที่ใช้งานอยู่ผ่าน cPanel Terminal หรือ SSH
php -v

# ตรวจสอบ PHP Version จาก phpinfo (สร้างไฟล์ phpinfo.php แล้วเปิดในเบราว์เซอร์)
# เนื้อหาในไฟล์ phpinfo.php:
<?php phpinfo(); ?>

# ตรวจสอบการใช้งาน Disk ผ่าน cPanel File Manager Terminal
du -sh ~/public_html/

# ดู inode ที่ใช้งานอยู่
find ~/public_html/ -type f | wc -l

# ตรวจสอบฐานข้อมูลทั้งหมดผ่าน MySQL CLI ใน cPanel
mysql -u username -p -e "SHOW DATABASES;"
Tip: สร้างไฟล์ phpinfo.php ใน public_html แล้วเปิด URL เพื่อดูข้อมูล PHP ครบถ้วน จากนั้นลบไฟล์ทิ้งทันทีหลังตรวจสอบเสร็จ เพราะมีข้อมูล Server ที่ไม่ควรเปิดเผยสู่สาธารณะ

การตั้งค่า PHP Version ใน cPanel

หากต้องการเปลี่ยน PHP Version สำหรับเว็บไซต์ของคุณผ่าน cPanel ให้ทำตามขั้นตอนนี้

# วิธีที่ 1: ใช้ .htaccess เพื่อกำหนด PHP Handler (บางเจ้า)
# เพิ่มในไฟล์ .htaccess ที่ root ของเว็บ
AddHandler application/x-httpd-php83 .php

# วิธีที่ 2: ใช้ php.ini กำหนดค่าเพิ่มเติม
# สร้างไฟล์ php.ini ใน public_html
upload_max_filesize = 64M
post_max_size = 64M
max_execution_time = 300
memory_limit = 256M

# วิธีที่ 3: ตรวจสอบ PHP Version ที่ทำงานอยู่จาก URL
# เปิด phpinfo.php แล้วหาบรรทัด PHP Version
# ควรได้เป็น 8.1.x หรือ 8.2.x สำหรับ WordPress ล่าสุด
Tip: ใน cPanel สามารถเปลี่ยน PHP Version ได้จากเมนู "MultiPHP Manager" หรือ "Select PHP Version" โดยไม่ต้องแก้ไฟล์ ซึ่งสะดวกและปลอดภัยกว่า

ตรวจสอบว่าแผน Hosting ทำงานถูกต้อง

# 1. ตรวจสอบ Uptime และ Response Time ของเว็บ
curl -o /dev/null -s -w "HTTP Status: %{http_code}\nTime: %{time_total}s\n" https://yourwebsite.com

# 2. ตรวจสอบ SSL Certificate ว่ายังใช้งานได้
curl -vI https://yourwebsite.com 2>&1 | grep -E "SSL|expire|issuer"

# 3. ดู Disk Usage ปัจจุบัน
du -sh ~/public_html/ ~/mail/

# 4. ตรวจสอบว่า PHP Extension ที่จำเป็นมีครบ
php -m | grep -E "mysqli|curl|gd|mbstring|zip|xml"

# 5. ทดสอบการเชื่อมต่อฐานข้อมูล (แก้ username/password/dbname ตามจริง)
mysql -u username -p'password' dbname -e "SELECT 1;" && echo "DB OK"
Tip: ใช้เครื่องมือ Uptime Monitor ฟรีอย่าง UptimeRobot เพื่อตรวจสอบว่าเว็บออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง และรับแจ้งเตือนทางอีเมลทันทีหากเว็บล่ม

แก้ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อเปรียบเทียบและใช้งาน Shared Hosting

Error: "Disk quota exceeded" — พื้นที่เต็มทันทีที่ติดตั้ง

เกิดเมื่อแผน Hosting มี Storage น้อยเกินไป หรือมีไฟล์ log สะสมจำนวนมาก วิธีแก้คือเข้า cPanel File Manager ลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นใน /public_html/wp-content/cache/ และโฟลเดอร์ /tmp/ หากยังไม่พอควร Upgrade แผนหรือย้ายรูปภาพไปยัง Cloud Storage เช่น Cloudflare R2

Error: "508 Resource Limit Is Reached" — เว็บโหลดช้าหรือไม่ตอบสนอง

เป็นข้อจำกัดของ Shared Hosting เมื่อมีทราฟฟิกสูงเกินที่แผนกำหนด ระบบจะหยุดให้บริการชั่วคราว วิธีแก้ระยะสั้นคือติดตั้ง Caching Plugin เช่น WP Rocket หรือ W3 Total Cache ระยะยาวควร Upgrade แผนหรือย้ายไป VPS

Error: "PHP version not compatible" — Plugin ไม่ทำงาน

เกิดเมื่อแผน Hosting ใช้ PHP Version เก่า เช่น 7.4 แต่ Plugin/Theme ต้องการ PHP 8.0 ขึ้นไป วิธีแก้คือเข้า cPanel เลือกเมนู "MultiPHP Manager" แล้วเปลี่ยนเป็น PHP 8.1 หรือ 8.2

Error: "Addon domain not available on this plan" — เพิ่มโดเมนไม่ได้

แสดงว่าแผนปัจจุบันจำกัดจำนวน Addon Domain แล้ว ต้องการ Upgrade แผน หรือใช้ Subdomain แทน เช่น shop.yourdomain.com แทนที่จะเปิด yourdomain2.com ใหม่ในบัญชีเดิม

Error: "Max execution time exceeded" — สคริปต์ทำงานค้าง

เกิดกับสคริปต์ที่ทำงานนานเกินกว่าค่า max_execution_time ที่ตั้งไว้ แก้ไขโดยเพิ่มค่าในไฟล์ php.ini หรือ .htaccess

# เพิ่มใน .htaccess
php_value max_execution_time 300
php_value memory_limit 256M

# หรือในไฟล์ php.ini
max_execution_time = 300
memory_limit = 256M

คำถามที่พบบ่อย

Q: Unlimited Hosting หมายความว่าอะไร ใช้ได้จริงไหม?

A: "Unlimited" ในที่นี้หมายถึงไม่มีการจำกัดแบบ Hard Limit แต่ยังมี "Fair Use Policy" ที่กำหนดว่าไม่ควรใช้ทรัพยากร Server มากเกินส่วนแบ่งที่เหมาะสม หากเว็บของคุณใช้ CPU หรือ RAM มากเกินจนกระทบผู้ใช้รายอื่น ผู้ให้บริการอาจจำกัดหรือระงับบัญชีได้

Q: ควรเลือก Shared Hosting หรือ VPS สำหรับเว็บ WordPress?

A: หากเว็บมีผู้เยี่ยมชมน้อยกว่า 5,000 คน/วัน Shared Hosting เพียงพอและประหยัดกว่ามาก แต่หากมีทราฟฟิกสูง ต้องการ Performance ที่เสถียร หรือต้องการควบคุม Server เต็มรูปแบบ ควรพิจารณา VPS ซึ่งราคาสูงกว่าแต่ให้ Resource แยกส่วนไม่แชร์กับคนอื่น

Q: ทำไมต้องดู PHP Version ก่อนซื้อ Hosting?

A: WordPress ล่าสุด (6.5+) แนะนำ PHP 8.1 ขึ้นไป และ Plugin ยอดนิยมหลายตัวก็ต้องการ PHP 8.0+ หาก Hosting รองรับแค่ PHP 7.4 ซึ่งหมดการ Support แล้ว จะทำให้เว็บมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และ Plugin/Theme บางตัวอาจทำงานผิดพลาดได้